Home พุทธประวัติ พระพุทธศาสนาคือลมหายใจแห่งแผ่นดิน
พระพุทธศาสนาคือลมหายใจแห่งแผ่นดิน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย เหลืองเลย   
วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2008 เวลา 14:59

"พระพุทธศาสนาในเมืองไทยมีภัยรอบด้าน"

   ในโลกปัจจุบัน การจะรักษาพระพุทธศาสนาเอาไว้ให้ได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้พระเณรได้มีความรู้ มีการศึกษา ทั้งธรรมะและวิชาการทางโลก ความรู้อย่างพระก็ต้องรู้ เพราะเป็นเรื่องพระศาสนา แต่ก็ต้องรู้ความรู้ชาวบ้านเขาด้วย ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการวางแผน เพื่อให้พระพุทธศาสนาไปอยู่ตามประเทศต่างๆ ทั่วโลกผู้ที่จะรับภาระหน้าที่อันหนักหน่วงนี้ได้ก็คือ พระเณรนั่นเอง จึงจำเป็นจะต้องให้พระเณรมีการศึกษา รู้เท่าทันสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอายุยังน้อยต้องเรียน เรียนอะไรก็ได้ที่ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย อย่าอยู่เฉยๆ เพราะพระเณรจะต้องรับภาระธุระพระศาสนา แต่หลวงพ่อแก่แล้ว คนแก่จะทำอะไรได้ แต่ให้หายใจอยู่เฉยๆก็ยังแย่แล้ว พระพุทธศาสนาในเมืองไทยมีภัยรอบด้าน ซึ่งกำลังแทรกเข้ามาทุกรูปแบบ พระพุทธศาสนาอาจจะล้มครืนลงวันใดก็ได้ แต่พระก็ยังเหมือนปลาอยู่ในนำเย็น จึงตายใจว่า พระพุทธศาสนาตั้งมั่นเจริญรุ่งเรืองในเมืองไทย เลยไม่รู้สึกถึงความล่มสลายซึ่งกำลังใกล้เข้ามา ให้มองไปข้างหน้าอีก ๔๐ ปี โดยกำหนดดูผลแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งละ ๑๐ ปี ในทุกๆ ๑๐ ปี ก็ต้องดูความเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี และในแต่ละปีนั้นก็ต้องดูความเปลี่ยนแปลงในทุกๆวันอีกด้วย จนกว่าจะถึง ๕๐ ปี เพื่อให้คาดการณ์ว่าอีก ๕๐ ปี ข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีตแล้ว เราจะทำอย่างไร มองให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอดีต ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตของสังคมและขอโลกความเปลี่ยนแปลงมีอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งกับพระพุทธศาสนา มีเช่นนั้นแล้ว พระพุทธศาสนาในอินเดีย ในปากีสถาน บังคลาเทศ และในอัฟกานิสถาน เป็นตัวอย่างก็คงไม่ล่มสลาย ถ้าสามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของชีวิตและสังคมและของโลก ที่จะเกิดขึ้นในอีก ๕๐ ปีข้างหน้าก็จะทำให้สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาในเมืองไทยได้ด้วย ซึ่งก็คือ อนาคตของพระพุทธศาสนาทั้งหมดนั่นเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระสงฆ์ที่มหาวิทยาลัยนาลันทาในอดีตจนเป็นเหตุให้พระที่ยอมสละชีวิต เพื่อพระพุทธสาสนาต้องถูกฆ่าตายหมู่พร้อมกันมากกว่า ๘,๐๐๐ องค์ เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่พระและชาวไทยควรจะนำมาเตือนสติอยู่เสมอว่า "อย่าประมาท" อย่านึกว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ มองไปทางไหนก็มีแต่วัด มองไปทางไหนก็เห็นแต่จีวรเหลืองอร่าม แล้วเหตุการณ์อย่างมหาวิทยาลัยนาลันทาจะเกิดขึ้นไม่ได้ "นำร้อนปลาเป็น นำเย็นปลาตาย" ชั่วเพียงวินาทีเดียวทุกอย่างก็พลิกได้ นี่มองอย่างประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์มันมีมันเกิดมาแล้ว อย่าประมาท ต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ.นี่เป็นบทความบางตอนที่ข้าราชการคนหนึ่งในองค์กรของสำนักงานพระพุทธฯ ได้อ่าน ได้ซึมซับ ข้อคิดที่พระผู้ใหญ่ผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในการมองโลกอย่างที่ควรจะเป็นนั่นคือ อยู่ด้วยความไม่ประมาท (พระโอวาทของสมเด็จเกี่ยว อุปเสโณ วัดสระเกศ)

LAST_UPDATED2